Structural Lift Program ยกกระชับปรับโครงสร้างใบหน้า ด้วยพลังงานหลายระดับความลึก
ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นที่ผิวหนังเพียงชั้นเดียว แต่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายชั้นของโครงสร้างใบหน้า ทั้งชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดยึด (SMAS) ที่เริ่มหย่อนยาน ชั้นไขมันที่เคลื่อนตัวลงต่ำตามแรงโน้มถ่วง และชั้นผิวหนังที่บางลงและขาดความยืดหยุ่น การแก้ปัญหาด้วยพลังงานความลึกเดียวจึงมักไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง
Structural Lift Program ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้ซึ่งสามารถปรับระดับความลึกของพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ได้หลากหลายในเครื่องเดียว ทำให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาให้ครอบคลุมหลายชั้นโครงสร้างใบหน้าในเซสชันเดียวกันได้อย่างแม่นยำ
จุดเด่นของในโปรแกรมนี้
มีความสามารถในการปล่อยพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส (Focused Ultrasound) ที่ปรับความลึกได้ตั้งแต่ชั้นผิวหนังตื้นไปจนถึงชั้น SMAS ลึกสุด พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิและพลังงานที่แม่นยำ ทำให้ในโปรแกรม Structural Lift สามารถออกแบบผังการยิงพลังงานให้ทำงาน หลายระดับความลึกซ้อนกัน ในบริเวณเดียวกันได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องหรือเทคโนโลยีระหว่างทาง
การทำงานแบบหลายระดับความลึก
ชั้นลึก (SMAS / กล้ามเนื้อ) พลังงานถูกส่งลงไปยังชั้นพังผืดยึดกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงกระชับในการผ่าตัดหน้า ช่วยดึงโครงสร้างหลักของใบหน้าให้กระชับขึ้นตั้งแต่ฐาน
ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat) พลังงานระดับกลางช่วยจัดระเบียบและกระชับชั้นไขมันที่เริ่มเคลื่อนตัวหรือหย่อนลงตามวัย ลดปัญหาแก้มห้อยและไขมันสะสมที่ทำให้กรอบหน้าไม่ชัดเจน
ชั้นผิวหนัง (Dermis) พลังงานระดับตื้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่พื้นผิว ทำให้ผิวเรียบเนียน แน่น และดูสุขภาพดีขึ้นจากด้านนอก
เมื่อทั้งสามชั้นทำงานร่วมกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการ ปรับโครงสร้างใบหน้าใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงความตึงที่ผิวเผิน ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับอย่างมั่นคงและเป็นธรรมชาติ
ประโยชน์ที่ได้จากโปรแกรม
1. แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยแบบครอบคลุมในเซสชันเดียว ไม่ต้องแยกทำหลายครั้งสำหรับแต่ละชั้นของโครงสร้างใบหน้า
2. ผลลัพธ์มั่นคงและอยู่ได้นานกว่า เพราะมีการกระชับตั้งแต่ชั้นฐานของใบหน้า ผลลัพธ์จึงยั่งยืนกว่าการกระชับที่ผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว
3. ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล การจัดระเบียบไขมันควบคู่กับการยกกระชับชั้นลึกและปรับผิวชั้นบน ช่วยให้ใบหน้าดูสมส่วนและมีมิติ
4. ควบคุมความแม่นยำได้สูง ที่ปรับพลังงานและความลึกได้ละเอียด แพทย์จึงออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละคนได้อย่างเจาะจง
ขั้นตอนการทำทรีทเมนต์
- ปรึกษาและประเมินโครงสร้างใบหน้า แพทย์วิเคราะห์ความหย่อนคล้อยในแต่ละชั้น เพื่อวางแผนระดับพลังงานที่เหมาะกับแต่ละชั้นและแต่ละบริเวณ
- ทำความสะอาดผิวและเตรียมผิว อาจมีการทาครีมชาเฉพาะจุดเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างทำ
- ยิงคลื่นพลังงานหลายระดับความลึก ไล่ตั้งแต่ชั้น SMAS ชั้นไขมัน จนถึงชั้นผิวหนัง ตามผังที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
- ดูแลผิวหลังทำ ทาเจลเย็นหรือมาส์กบำรุงเพื่อลดความร้อนสะสมและอาการบวม
เนื่องจากครอบคลุมหลายชั้นและหลายบริเวณ โปรแกรมนี้มักใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส
เหมาะกับใครบ้าง
- ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจนในหลายชั้นของใบหน้า ไม่ใช่แค่ผิวชั้นบน
- ผู้ที่เคยทำ HIFU ระดับความลึกเดียวมาแล้วแต่รู้สึกว่าผลลัพธ์ยังไม่ครอบคลุมพอ
- ผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าอย่างจริงจัง แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งมักมีความเสื่อมสะสมในหลายชั้นพร้อมกัน
ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนทำ เนื่องจากการออกแบบพลังงานหลายระดับความลึกต้องอาศัยความแม่นยำสูง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
การดูแลตัวเองหลังทำ
- หลีกเลี่ยงแดดจัดและทาครีมกันแดดสม่ำเสมอในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูในทุกชั้นของผิว
- งดการนวดหน้าแรง ๆ หรือทำทรีทเมนต์ความร้อนซ้ำในช่วงแรกหลังทำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ในหลายชั้นพร้อมกัน
- ติดตามผลกับแพทย์ตามนัด เพื่อประเมินความคืบหน้าของผลลัพธ์
สรุป
Structural Lift Program เป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการยกกระชับและปรับโครงสร้างใบหน้าอย่างครอบคลุม ด้วยเทคโนโลยี Ultracel Q+ ที่ส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์หลายระดับความลึกทำงานร่วมกันตั้งแต่ชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นไขมัน จนถึงชั้นผิวหนัง ทำให้ผลลัพธ์ออกมามั่นคง เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนานกว่าการทำโปรแกรมพลังงานระดับเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจนและต้องการปรับโครงสร้างใบหน้าอย่างจริงจังโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของการทำทรีทเมนต์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัจจัยส่วนบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำทรีทเมนต์เสมอ